Home » งานหลักของ จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน) มีอะไรบ้าง

งานหลักของ จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน) มีอะไรบ้าง

by Andrea Palmer
24 views
1.งานหลักของ จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน) มีอะไรบ้าง copy

ความปลอดภัยในที่ทำงานมีความสำคัญอย่างมากในวงการธุรกิจและองค์กรทั่วไป เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การทำงานที่มีความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ดังนั้น หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ไม่ได้เพียงแค่ให้ความคุ้มครองและป้องกัน แต่ยังเน้นการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบเพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

จป คือใคร

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย คือ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ ส่งเสริมความปลอดภัยและสุขภาพในสถานที่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานมีความปลอดภัยอย่างเพียงพอและไม่เป็นอันตราย โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท และ 5 ระดับ ดังนี้

ประเภท จป.

  1. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน โดยตำแหน่ง ได้แก่ จป.หัวหน้างาน จป. บริหาร
  2. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน โดยหน้าที่เฉพาะ ได้แก่ จป.เทคนิค จป.เทคนิคขั้นสูง จป.วิชาชีพ

ระดับ จป.

  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บริหาร (จป.บริหาร)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับเทคนิค (จป.เทคนิค)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับเทคนิคขึ้นสูง (จป.เทคนิคขั้นสูง)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ)

ทั้ง 5 ระดับนี้จะมีหน้าที่โดยเฉพาะตามกฎหมายแตกต่างกันไป แต่ทุกระดับถูกสร้างมาเพื่อจัดการความปลอดภัยในการทำงานให้พนักงานมีสถิติอุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อยลง และสถานประกอบการสามารถปฏิบัติตามกำหมายได้อย่างถูกต้องด้านความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งบทบาทหน้าที่หลักๆ ของ จป. มีดังนี้

2.บทบาทหลักของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน copy

บทบาทหลักของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

1. วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง

เพื่อเข้าใจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการทำงาน การวิเคราะห์และการประเมินความเสี่ยงเป็นขั้นตอนสำคัญ โดย จป. จะต้องสำรวจและวิเคราะห์ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น สภาพแวดล้อมการทำงาน อุปกรณ์ที่ใช้ และพฤติกรรมของพนักงาน เพื่อทราบถึงความเสี่ยงที่เป็นไปได้และการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

2. วางแผนการจัดการความเสี่ยง

หลังจากที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงแล้ว เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องวางแผนการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงาน การวางแผนนี้อาจรวมถึงการกำหนดเป้าหมายในการลดความเสี่ยง การกำหนดแผนป้องกัน และการเตรียมการสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

3.หลังจากวางแผนการจัดการความเสี่ยงแล้ว เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องดำเนินการตามแผนที่

3. ดำเนินการและควบคุมความเสี่ยง

หลังจากวางแผนการจัดการความเสี่ยงแล้ว เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงาน การดำเนินการอาจรวมถึงการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งการฝึกฝนและการแนะนำให้พนักงานรับรู้ถึงความเสี่ยงและวิธีการป้องกัน

4. ฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้

หนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการความเสี่ยง คือ การฝึกอบรมและการสร้างความตระหนักรู้ให้กับพนักงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องจัดการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ป้องกัน รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ให้พนักงานทราบถึงความเสี่ยงและการปฏิบัติตนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

4.เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องมีการตรวจสอบและการประเมินผลเพื่อทราบถึงประสิทธิภาพของกา

5. ตรวจสอบและประเมินผล

เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดการความเสี่ยงได้ผลดีตามที่คาดหวัง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องมีการตรวจสอบและการประเมินผลเพื่อทราบถึงประสิทธิภาพของการจัดการความเสี่ยง เช่น การตรวจสอบระบบป้องกัน เทคโนโลยีที่ใช้ และการฝึกฝนของพนักงาน หากพบปัญหาหรือความผิดพลาด เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้อง

6. การปรับปรุงและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

การจัดการความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะต้องติดตามสถานการณ์และข้อมูลใหม่ๆ และปรับปรุงแผนการจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง การนำประสบการณ์และข้อมูลจากการปฏิบัติงานมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้น

บทสรุป

การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ จป. ทุกระดับต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับพนักงาน บทบาทหน้าที่ จป. ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นหน้าที่หลักที่ต้องทำให้การทำงานจริงของ จป. แต่ในหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายก็จะมีส่วนที่เหมือนแตกต่างกันไปตาม จป. แต่ละระดับ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ จป. รู้ถึงหน้าที่และวิธีการปฏิบัติงานของตนเองได้อย่างถูกต้อง กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องมีการเข้าอบรม ซึ่งหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ อบรม จป.หัวหน้างาน 

ในท้ายที่สุด การจัดการความเสี่ยงไม่ใช่เพียงแค่การลดความเสี่ยงในการทำงาน แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลและป้องกันความเสี่ยง เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยอย่างยั่งยืน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

logo-studiozero

เว็บไซต์ข่าวสารเพื่อความปลอดภัยในการทำงานที่คุณสามารถอ่านความรู้ได้ฟรี! และอัปเดทข้อมูลใหม่ๆทุกวัน

ติดต่อเรา

@2024 – All Right Reserved. Designed and Developed by Studiozero